
Creating Professional Team Working
NAWAPHAT KONGKHAM
1. นิยามและเป้าหมายของทีม
ความต่างของกลุ่มและทีม: สิ่งที่ทำให้ “ทีม” แตกต่างจาก “กลุ่ม” คือการมีการทำงานแบบร่วมแรงร่วมใจ
วัตถุประสงค์หลัก: ความสำคัญสูงสุดของการทำงานเป็นทีมคือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
การจัดการงานซับซ้อน: ในโครงการที่มีความซับซ้อนสูง ทีมงานแบบข้ามสายงานจะเป็นรูปแบบที่ประสานงานได้ดีที่สุด
2. ทักษะสำคัญของสมาชิกในทีม (3 ด้านหลัก)
สมาชิกมืออาชีพต้องประกอบด้วยทักษะดังนี้:
ความเชี่ยวชาญ (Expertise): ความรู้ในหน้างาน
การแก้ปัญหา (Problem Solving): ความสามารถในการจัดการอุปสรรค
มนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Skills): ถือเป็นทักษะที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้ทีมแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้, สามารถนำความรู้เดิมมาประยุกต์ใช้กับปัญหาใหม่ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ภายในทีม
3. องค์ประกอบของทีมที่มีประสิทธิภาพ
ทีมจะทำงานได้ดีต้องอยู่ในบริบทหรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ได้แก่:
มี บรรยากาศแห่งความไว้วางใจ ต่อกัน
มี ผู้นำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อกำหนดทิศทางของทีม
มี ทรัพยากรที่เพียงพอ ต่อการปฏิบัติงาน
สมาชิกต้องเห็นพ้องกับแผนงานและวัตถุประสงค์ร่วมกัน เพื่อสร้างการยอมรับและกำหนดภาระงานที่ชัดเจน
4. กระบวนการพัฒนางานแบบมืออาชีพ,
การพัฒนาทีมให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องประกอบด้วย 3 วิธีการหลัก:
การคิดสะท้อนกลับ (Reflection): คือการนำประสบการณ์มาสร้างความเข้าใจและเรียนรู้ ผ่านการคิดไตร่ตรองและทบทวนอย่างรอบคอบ
การสร้างปฏิสัมพันธ์ในทีม (Interaction): เน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคน ความพร้อมที่จะรับฟังข้อมูลจากผู้อื่น และความเข้าใจในวิธีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน
การเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning): เน้นการแบ่งปันข้อมูลในการทำงาน และเปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอแนวคิดใหม่ๆ เพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การสร้างความรู้: กระบวนการสร้างความรู้ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ คือ “กระบวนการผสมผสานและการเปลี่ยนความรู้ภายใน”
สรุปสั้นๆ คือการสร้างทีมมืออาชีพต้องเริ่มจากการมี ทักษะที่พร้อม อยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ไว้ใจกัน และมี กระบวนการเรียนรู้และสะท้อนกลับ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพงานอย่างต่อเนื่อง






