
Kamonchanok Kwanmuang – CU
Kamonchanok กมลชนก
เมื่อมีชาวต่างชาติเข้ามาถามทาง เราสามารถรับฟังและโต้ตอบด้วยความสุภาพ โดยมักจะเริ่มต้นประโยคด้วยคำว่า “Excuse me,” และลงท้ายด้วย “please” เพื่อความนุ่มนวล เช่น การถามว่า “Excuse me, where is…?” หรือ “Can you tell me the way to…?” ในการบอกทางนั้น เราสามารถใช้คำศัพท์พื้นฐานที่เข้าใจง่ายเพื่ออธิบายเส้นทาง เช่น ให้เดินตรงไปใช้คำว่า go straight on หรือ go along the road หากต้องให้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาจะใช้คำว่า turn left หรือ turn right นอกจากนี้ยังสามารถระบุตำแหน่งหรือจุดสังเกตเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เช่น at the corner, on your right/left, pass, opposite หรือ between และเมื่อชาวต่างชาติกล่าวขอบคุณ เราสามารถตอบกลับอย่างเป็นมิตรได้ว่า “My pleasure” ซึ่งแปลว่าด้วยความยินดี
นอกจากเรื่องการบอกเส้นทางแล้ว การให้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อชาวต่างชาติไปเยือนสถานที่ทางประวัติศาสตร์หรือศาสนสถาน (Historical place หรือ Sacred place) คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องและพบได้บ่อย ได้แก่ pagoda, Buddha image และ monkกิจกรรมที่มักจะทำในสถานที่เหล่านี้คือการแสดงความเคารพ หรือการสักการะ ด้วยการจุดธูปและเทียนรวมไปถึงการบริจาค ทั้งนี้ การแนะนำมารยาทและข้อห้ามต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้พวกเขาเข้าใจถึงสิ่งที่ได้รับอนุญาต และสิ่งที่ถูกห้าม ในการอธิบายให้คำแนะนำหรือบอกกฎเกณฑ์ต่างๆ เรามักจะใช้กริยาช่วย (Modal verbs) สองคำหลัก คือ “should” และ “can” หลักการจำที่สำคัญและนำไปใช้ง่ายที่สุดคือ ไม่ว่าประธานจะเป็นใคร (I, You, We, They, He, She, It) ให้ตามด้วย should หรือ can แล้วตามด้วยคำกริยาช่องที่ 1 เสมอ โดยห้ามเติม s, es, ed, ing หรือ to ท้ายคำกริยานั้นเด็ดขาด
หากต้องการให้คำแนะนำในเชิงบวก ให้ใช้ “should” เช่น You should take the motorcycle taxi. แต่หากเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ให้ใช้ “shouldn’t” ในขณะเดียวกัน หากต้องการบอกถึงสิ่งที่เป็นไปได้หรือทำได้ จะใช้ “can” เช่น You can look for the temple’s rules. แต่ถ้าเป็นกฎข้อห้ามหรือสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ ให้ใช้ “can’t” เช่น You can’t point at the Buddha statues. การฝึกใช้ประโยคและคำศัพท์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารและช่วยเหลือชาวต่างชาติได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น






