
Creative Thinking for Personal Development
PRARIMA HANPICHANCHAI
ได้ความรู้เพิ่มเติมและสามารถนำหลักการที่เรียนไปใช้ในสาขาที่เรียนได้ตั้งแต่ขั้นตอนการ หาไอเดีย ขั้นตอนการ ผลิตงาน ไปจนถึงการ พัฒนาบุคลิกภาพและทัศนคติ เพื่อให้สามารถเดินไปข้างหน้าได้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและทำให้ทำงานได้สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ และได้รู้สิ่งต่างๆคือ
1. การใช้เครื่องมือและเทคนิคสร้างสรรค์ในงานออกแบบ
แหล่งข้อมูลได้ระบุถึงเทคนิคที่ออกแบบสามารถนำมาใช้ในการทำงานจริงได้โดยตรง:
Mood Board: ใช้ในการรวบรวมแรงบันดาลใจ องค์ประกอบศิลป์ เช่น สี ตัวอักษร และรูปภาพ เพื่อสื่อสารอารมณ์และแนวทางของงานให้ลูกค้าหรืออาจารย์เห็นภาพรวมได้ชัดเจนและประหยัดเวลา
Storyboards: ใช้ในการวางแผนลำดับเรื่องราวสำหรับงานประเภทวิดีโอ แอนิเมชัน หรือสื่อเคลื่อนไหว โดยระบุรายละเอียดของข้อความ ภาพ เสียง และเวลา
Mind Map และ Concept Map: ช่วยในการระดมสมองและเชื่อมโยงความคิดหลัก ความคิดรอง เพื่อหาแนวคิดในการออกแบบที่แปลกใหม่และเป็นระบบ
SCAMPER: สามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือสื่อเดิมให้ดียิ่งขึ้น เช่น การทดแทน การผสมผสาน หรือการปรับใช้ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ในงานออกแบบ
2. การพัฒนาสมรรถภาพทางความคิด
ในสายงานของสาขาที่เรียนคือการคิดให้แตกต่างและหลากหลาย
ความคิดริเริ่ม : ฝึกคิดงานที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำเดิม หรือนำความคิดเก่ามาปรุงแต่งผสมผสานใหม่
ความคิดคล่องแคล่ว : ฝึกผลิตไอเดียจำนวนมากในเวลาที่กำหนด เพื่อให้มีทางเลือกในการออกแบบที่หลากหลาย
ความคิดยืดหยุ่น : ฝึกมองปัญหาและงานออกแบบในหลายทิศทาง ไม่ยึดติดกับวิธีการเดียว
ความคิดละเอียดลออ : การตกแต่งและขยายรายละเอียดให้งานออกแบบนั้นสมบูรณ์และชัดเจนยิ่งขึ้น
3. การประยุกต์ใช้กระบวนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
ในการทำโปรเจกต์ออกแบบ สามารถใช้ขั้นตอนการแก้ปัญหามาจัดการงานให้มีประสิทธิภาพ:
การเข้าถึงปัญหา: ทำความเข้าใจข้อจำกัดของงาน เช่น เงินทุน เวลา ทักษะ หรือเครื่องมือ เพื่อวางเป้าหมายที่เหมาะสม
การคิดวิธีการแก้ปัญหา: เสนอแนวทางหลาย ๆ แบบ เช่น หากขาดงบประมาณ อาจมองหาหน่วยงานสนับสนุน หรือบูรณาการงานเรียนเข้ากับการบริการวิชาการให้แก่สถานประกอบการจริง
การเลือกและวางแผน: เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละไอเดีย เพื่อเลือก Style หรือวิธีการผลิตที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและคุ้มค่าต้นทุนที่สุด
การปรับตัวตามโลก: ในยุคข้อมูลข่าวสาร (Information Era) ต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
การจัดการอารมณ์และทัศนคติ: ฝึกคิดเชิงบวก เพื่อหาโอกาสจากปัญหา และก้าวข้ามความกลัวที่จะล้มเหลวหรือทำผิดพลาด ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของการคิดสร้างสรรค์







