
Personal Brand
CINDY SCHMID
เราอยากทำธุรกิจที่เกี่ยวกับความงามอยากเป็นที่ปรึกษาด้านการดูและตัวเองจากการแต่งตัวการเลือกสีใช้สีในโอกาสต่างๆและเหมาะกับแต่ละบุคคล โดยได้เรียนทั้งหมด 3 คอร์ส Business,Arts,Soft Skills สรุปความรู้ที่จะเอามาเสริมกับอาชีพที่เราอยากเป็นได้ดังนี้
สรุปกลยุทธ์การสร้างแบรนด์บุคคลและเทคนิคการเสริมบุคลิกภาพ
1. หมวดธุรกิจ (Business): กลยุทธ์มัดใจลูกค้า
การตลาด “สายมู”: สร้างความต่างด้วยการนำความเชื่อเรื่อง สีมงคล และ รูปหน้า มาใช้ในการให้คำปรึกษา เพื่อสร้างความสบายใจและเป็นที่พึ่งทางใจให้กับลูกค้า
การเข้าถึงลูกค้า: เน้นการ ไลฟ์สด (Live) เพื่อสื่อสารโดยตรง และการแจกโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดใจลูกค้าในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
2. หมวดศิลปะ (Arts): การสื่อสารด้วยภาพที่ประทับใจ
การถ่ายภาพโปรโมท: ใช้ทักษะการถ่ายภาพเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่น่าดึงดูดและดูเป็นมืออาชีพให้กับแบรนด์
เทคนิคชัดตื้น-ชัดลึก (Depth of Field): ใช้การเบลอฉากหลัง (Bokeh) เพื่อเน้นสินค้าหรือตัวบุคคลให้โดดเด่น สื่อสารข้อความสำคัญได้อย่างชัดเจนและน่ามอง
3. หมวดทักษะทางสังคม (Soft Skills): การแต่งกายเสริมความเชื่อถือ
กฎ 3 สี: คุมโทนชุดไม่ให้เกิน 3 สี เพื่อความสบายตาและดูเป็นมืออาชีพ
เครื่องประดับ: เลือกตุ้มหูขนาดเล็กสำหรับงานทั่วไป ส่วนแบบระย้าควรเก็บไว้ใช้เฉพาะงานราตรี
การแต่งหน้า & คิ้ว: ใช้โทน Earth Tone (น้ำตาล/ส้มอิฐ) และเขียนคิ้วสีน้ำตาลอ่อนแบบ “หัวจาง หางเข้ม” เพื่อไม่ให้หน้าดูดุ แต่ในการใช้ชีวิตประจำวันควรจะใช้ตาม personal color ของแต่ละบุคคล
ทรงผมตามรูปหน้า: คนหน้ากลมควรไว้ผมยาวเพื่อปิดกราม ส่วนคนรูปไข่หรือสามเหลี่ยมสามารถตัดได้ทุกทรง
กาลเทศะ: วางแผนจัดชุดล่วงหน้าและแต่งกายตาม Theme งานเพื่อเป็นการให้เกียรติผู้จัดงาน
สรุปใจความสำคัญ: ความสวยงามที่น่าเชื่อถือเกิดจากการผสมผสาน บุคลิกภาพที่ดี (Soft Skills) เข้ากับ ศิลปะการนำเสนอ (Arts) และ กลยุทธ์ที่เข้าใจอินไซต์ลูกค้า (Business)
เนื้อหาที่สรุปมามีความเกี่ยวข้องกับสายงาน คณะนิเทศศาสตร์ สาขาบรอดแคสติ้ง (Broadcasting) อย่างมีนัยสำคัญ เพราะในโลกการสื่อสารยุคใหม่ “ตัวตน” ของผู้ดำเนินรายการหรือ Creator คือหัวใจสำคัญในการดึงดูดผู้ชม โดยสามารถเชื่อมโยงเข้ากับทักษะที่ต้องเรียนได้ดังนี้
1. ทักษะหน้ากล้องและการนำเสนอ (On-Air Personality)
ในวิชาบรอดแคสติ้ง ต้องเรียนรู้วิธีการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน (Public Speaking & Presentation) ซึ่ง หมวด Soft Skills ที่สรุปมาคืออาวุธสำคัญ:
บุคลิกภาพและการแต่งกาย: การคุมโทน 3 สี หรือการเลือกทรงผมตามรูปหน้า ช่วยให้ “ขึ้นกล้อง” (Photogenic) และสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะผู้ประกาศหรือพิธีกร
จิตวิทยาการสื่อสาร: การใช้โทน Earth Tone เพื่อไม่ให้หน้าดูดุ ช่วยสร้างบุคลิกที่เข้าถึงง่าย (Friendly) ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการทำรายการประเภทพูดคุย (Talk Show) หรือรายการข่าว
2. การผลิตสื่อและการจัดองค์ประกอบภาพ (Production & Cinematography)
หมวด Arts ที่พูดถึงคือวิชาพื้นฐานของชาวบรอดแคสติ้งโดยตรง:
การถ่ายภาพและ Depth of Field: ในการทำรายการทีวีหรือวิดีโอคอนเทนต์ การเข้าใจเรื่องการละลายหลัง (Bokeh) ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่เป็น “ภาษาภาพ” ที่ใช้กำจัดสิ่งรบกวนในฉากและดึงสายตาผู้ชมให้โฟกัสที่ “ผู้พูด” หรือ “สินค้า”
Visual Storytelling: การสื่อสารด้วยภาพที่ประทับใจจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ (Branding) ให้กับรายการหรือสถานีที่คุณสังกัด
3. การตลาดดิจิทัลและรายการสด (Digital Media & Live Streaming)
ปัจจุบันบรอดแคสติ้งไม่ได้จำกัดแค่ทีวี แต่รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งตรงกับ หมวด Business ของคุณ:
Live Streaming Strategy: การไลฟ์สดที่เน้นปฏิสัมพันธ์ (Interaction) เป็นหัวใจของสื่อยุคใหม่ คุณจะได้ใช้ทักษะการดำเนินรายการสด ผสมผสานกับการทำการตลาดเพื่อรักษาฐานแฟนคลับ
การใช้ Insight และ “สายมู”: ในทางนิเทศศาสตร์ นี่คือการทำ Audience Analysis (การวิเคราะห์ผู้ชม) การนำความเชื่อหรือสิ่งที่ลูกค้าสนใจมาเป็นจุดขาย คือการสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย (Niche Market) ทำให้แบรนด์บุคคลมี “จุดต่าง” (Unique Selling Point)
สรุปความเกี่ยวข้อง
วิชานิเทศฯ สาขาบรอดแคสติ้ง สอนให้เป็น “นักเล่าเรื่องที่มีเสน่ห์”
Business สอนให้คุณรู้ว่าจะเล่าเรื่องให้ “ใคร” ฟังและทำอย่างไรให้เขาซื้อ
Arts สอนให้รู้ว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาให้ “สวย” และน่าสนใจได้อย่างไร
Soft Skills สอนให้รู้ว่าต้องวางตัวอย่างไรให้ “น่าเชื่อถือ” ในขณะที่เล่าเรื่องนั้น








