Phakawit ภควิชช์Email เส้นทางจากแรงบันดาลใจสู่นวัตกรรมที่ยั่งยืน เส้นทางของการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นทำธุรกิจขนาดเล็ก แต่คือการแสวงหารูปแบบการดำเนินธุรกิจที่สามารถ ทำซ้ำได้ (Repeatable) และ เติบโตได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด (Scalable) หัวใจสำคัญที่แยกสตาร์ทอัพออกจากธุรกิจทั่วไปคือการนำ นวัตกรรม (Innovation) มาเป็นแรงขับเคลื่อน ซึ่งนวัตกรรมที่แท้จริงต้องประกอบด้วยความใหม่ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจหรือคุณค่าให้แก่สังคม โดยผู้ประกอบการต้องมีความไวต่อการสังเกต แนวโน้มสำคัญของโลก (Megatrends) เช่น การขยายตัวของความเป็นเมือง (UrbanTech) หรือการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพื่อนำมาเป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ในการเริ่มต้นดำเนินงาน สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จจะยึดถือแนวทาง Lean Startup เป็นหลัก ซึ่งเน้นความรวดเร็วในการเรียนรู้ผ่านวงจร “สร้าง-วัดผล-เรียนรู้” (Build-Measure-Learn) โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของลูกค้าผ่านการสัมภาษณ์ (Customer Interview) เพื่อสร้างตัวละครสมมติที่เป็นตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย (Persona) และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีความสมจริงต่ำแต่ทำได้รวดเร็ว (Low-fidelity …
Apisit อภิสิทธิ์Email Startup Journey: From Idea to Growth
Ahmadilhamhabibi อะหมัดอิลฮัมฮาบีบีEmail ในฐานะนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ที่มุ่งมั่นจะเป็นนวัตกรทางการศึกษาและผู้ประกอบการ ผมพร้อมนำทักษะ 4Cs และกระบวนการ Design Thinking มาใช้แก้ปัญหาที่ซับซ้อนโดยยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีและ AI อย่างมีจริยธรรม เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนและเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในอนาคตครับ
SUTTIRAT CHAROENPHOLEmail สาขาวิชาและคณะที่หนูกำลังศึกษา ได้แก่ 1. เรื่องการออกแบบผลิตผลิตภัณฑ์ สำหรับสำหรับทุกวัย ว่าแต่ละวัยควรออกแบบยังไงให้ดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ หนูที่กำลังศึกษาอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขา art and design และตอนปีที่2 หนูมีแพลนว่าจะไปต่อ เอกออกแบบProductค่า เลยศึกษาเรื่องนี้ไว้ค่า 2. ศิลปะ หัตกรรม และการละเล่นพื้นบ้านภาคใต้ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะของภาคใต้ค่า ว่าเป็นยังไง 3. ารพัฒนาสภาพแวดล้อมในสังคมแห่งการเรียนรู้ยุคใหม่ ได้ศึกษาเกี่ยวกับสภาพสังคม สภาพแวดล้อมมากขึ้น ว่าเป็นยังไงบ้าง
NATTAVEKAN SUWANNAEmail จากที่ได้เรียนคอร์ส จิตวิทยาข้ามวัฒนธรรมในที่ทำงาน ทำให้ได้นำมาใช้ในศาสตร์การสร้างภาพยนตร์และมิติจิตวิทยาการสื่อสาร บอกเลยว่าได้อะไรเยอะกว่าที่คิดมาก ๆ สำหรับเราในฐานะนักศึกษานิเทศศาสตร์ สาขาบรอดแคสติ้ง เพราะมันไม่ได้สอนแค่การทำสื่อและการใช้ชีวิตกับผู้อื่น เราได้เรียนรู้ตั้งแต่บทบาทของคนทำงานในกองถ่าย เช่น Producer, Director รวมถึงขั้นตอนการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่เตรียมงาน ถ่ายทำ ไปจนถึงตัดต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกับสายที่เราเรียนอยู่เลย และที่ชอบมากคือเรื่องจิตวิทยา เช่น การทำให้คนดูอิน การเล่าเรื่องยังไงให้คนรู้สึกตาม หรือการใช้ภาพช่วยสื่ออารมณ์ มันทำให้เรามองการทำสื่อไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ในอนาคตเราอยากทำงานเป็นโปรดิวเซอร์หรือผู้กำกับ เพราะอยากสร้างผลงานที่ทั้งสนุกและมีคุณภาพ สามารถสื่อสารกับคนดูได้จริง ๆ ความรู้จากคอร์สนี้ก็เอาไปใช้ได้ตรง ๆ เลย





