- This topic has 1 reply, 1 voice, and was last updated 1 month, 1 week ago by
JUMPHOT KHANKAEW.
-
AuthorPosts
-
-
April 26, 2026 at 10:55 am #25804
ชื่อ-นามสกุล : จุมพฏ ขันแก้ว
<p class=”p1″><span class=”s1″>รหัสนักศึกษา : 1680219753</span></p>
<p class=”p1″><span class=”s1″>มหาวิทยาลัย : หมาวิทยาลัยกรุงเทพ</span></p>
<p class=”p1″><span class=”s1″>อีเมล : jumphot.khan@bumail.net</span></p>📖 การสะท้อนการเรียนรู้ (Reflection)
🟢 Learned (สิ่งที่เรียนรู้):จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการแยกแยะความรู้ให้ออก เราได้เรียนรู้ว่าความรู้ที่สำคัญที่สุดมักไม่ได้อยู่ในคู่มือ (Explicit Knowledge) แต่อยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) ทั้งในรูปแบบของทักษะ ประสบการณ์ และไหวพริบ การเข้าใจวงจร SECI Model ทำให้เราเห็นภาพว่าความรู้จะทรงพลังก็ต่อเมื่อมีการเคลื่อนที่และเปลี่ยนรูป จากการพูดคุยไปสู่การบันทึก และจากหลักการไปสู่การฝึกฝนจนชำนาญ
🔵 Applied (สิ่งที่นำไปใช้):สิ่งที่สามารถลงมือทำได้ทันทีคือการสร้างระบบ “การจัดเก็บและแบ่งปัน” เริ่มต้นจากการทำคลังความรู้ที่เข้าถึงง่าย ลดการเสียเวลาทำงานซ้ำซ้อน และที่สำคัญคือการนำวัฒนธรรม AAR (After Action Review) มาใช้ในทีม เพื่อถอดบทเรียนจากทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด เปลี่ยนประสบการณ์รายบุคคลให้กลายเป็นทรัพย์สินของส่วนรวม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
🟠 Continued (สิ่งที่จะต่อยอด):ในก้าวต่อไป ความรู้ที่ถูกจัดการอย่างเป็นระบบจะเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการต่อยอดสู่ Digital Transformation เราสามารถนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์และประมวลผลฐานข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อพยากรณ์ปัญหาหรือสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การมีระบบจัดการความรู้ที่ดี แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนพร้อมจะเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในโลกยุคใหม่
-
April 26, 2026 at 11:00 am #25810
ชื่อ-นามสกุล : จุมพฏ ขันแก้ว
รหัสนักศึกษา : 1680219753
มหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
อีเมล : jumphot.khan@bumail.net📖 การสะท้อนการเรียนรู้ (Reflection)
🟢 Learned (สิ่งที่เรียนรู้):จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการแยกแยะความรู้ให้ออก เราได้เรียนรู้ว่าความรู้ที่สำคัญที่สุดมักไม่ได้อยู่ในคู่มือ (Explicit Knowledge) แต่อยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) ทั้งในรูปแบบของทักษะ ประสบการณ์ และไหวพริบ การเข้าใจวงจร SECI Model ทำให้เราเห็นภาพว่าความรู้จะทรงพลังก็ต่อเมื่อมีการเคลื่อนที่และเปลี่ยนรูป จากการพูดคุยไปสู่การบันทึก และจากหลักการไปสู่การฝึกฝนจนชำนาญ
🔵 Applied (สิ่งที่นำไปใช้):สิ่งที่สามารถลงมือทำได้ทันทีคือการสร้างระบบ “การจัดเก็บและแบ่งปัน” เริ่มต้นจากการทำคลังความรู้ที่เข้าถึงง่าย ลดการเสียเวลาทำงานซ้ำซ้อน และที่สำคัญคือการนำวัฒนธรรม AAR (After Action Review) มาใช้ในทีม เพื่อถอดบทเรียนจากทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด เปลี่ยนประสบการณ์รายบุคคลให้กลายเป็นทรัพย์สินของส่วนรวม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
🟠 Continued (สิ่งที่จะต่อยอด):ในก้าวต่อไป ความรู้ที่ถูกจัดการอย่างเป็นระบบจะเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการต่อยอดสู่ Digital Transformation เราสามารถนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์และประมวลผลฐานข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อพยากรณ์ปัญหาหรือสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การมีระบบจัดการความรู้ที่ดี แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนพร้อมจะเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในโลกยุคใหม่
-
-
AuthorPosts
You must be logged in to reply to this topic. Login here
